Search
Faculty of Medicine
อาการคัน
อาการคัน
อาการคัน เกิดขึ้นได้หลายสาเหตุ แบ่งง่ายๆเป็น 2 ชนิด คือ
1. อาการคันเกิดจากโรคผิวหนังเอง เช่น ผด ลมพิษ ผื่นจากการแพ้ยา หิด เหา หรือโลน แมลงกัดต่อย หรือถูกต้นไม้ใบหญ้าแล้วเกิดอากรคันฯ ซึ่งอาจถือว่าเป็นอาการคันธรรมดาไม่ร้ายแรงอะไร ทายาแก้คันก็อาจหายได้
2. อาการคันที่มีสาเหตุมาจากโรคภายใน เช่น มะเร็งอวัยวะภายในโรคตับ โรคพยาธิลำใส้หรือโรคเบาหวาน ซึ่งโรคนี้มักจะคันบริเวณซอกขาที่ชื้นและมักพบเป็นเชื้อราร่วมด้วย
ลักษณะรอยเกาหรือตำแหน่งรอยเกาจากสาเหตุข้างต้นมีข้อแตกต่างกันสามารถแบ่งได้เช่น
- รอยเกาที่เป็นสะเก็ดเลือดออกเป็นแนวยาวจะพบในโรคหิด เหา โรคคันในคนตั้งครรภ์ โรค
ของตับ ไต หรือมะเร็งอวัยวะภายใน
- รอยเกาเป็นทางยาวที่ด้านหลังของต้นคอและส่วนบนของหลัง อาจเกิดจากเหาซึ่งพบเห็นตัว
และไข่บริเวณเส้นผมด้วย
- รอยเกาตามง่ามมือ ง่ามเท้าพบในผู้ป่วยโรคหิดและมักมีประวัติว่าเพื่อนหรือบุคคลใน
ครอบครัวก็เป็นโรคนี้
- รอยเกาเป็นเนื้อนูน บวมเล็กน้อย เกิดหลังการเกามักเป็นอาการแสดงของโรคลมพิษเรื้อรัง
เหล่านี้เป็นต้น
ตัวอย่างของการเกิดอาการคัน
1. โรคผิวหนังจากภูมิแพ้ เป็นลมพิษ ผื่นคัน หรือมีประวัติว่าเกิดอาการคันหลังจากได้รับอาหาร ยา หรือสารที่แพ้เข้าไป หรือมีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคคันหรือโรคหอบหืด
2. โรคผิวหนังจากยุงกัด ไรกัดหรือแมลงกัดต่อย
3. โรคหิด มักคันตามง่ามนิ้วเท้า และมีประวัติเพื่อนรวมทั้งบุคคลในครอบครัวเป็นโรคนี้
4. โรคเหาหรือโลน โดยพบตัวและ/หรือไข่บริเวณเส้นผม เส้นขน
5. โรคผิวหนังจากการเกา เป็นในบริเวณที่มือเกาถึง มักเป็นบริเวณหลังเท้า ขา แขน และคอ ผ็ป่วยจะแกะเกา ถูหรือขูดบริเวณนั้นเป็นประจำเมื่ออยู่ว่างๆ ซึ่งการรักษาที่ดีที่สุดคือหยุดการแกะ เกา ถูขูดบริเวณดังกล่าว
6. โรคผิวหนังจากการระคายด้วยสิ่งอื่น เช่น โดนขนบุ้ง ขนหมามุ่ย อาจใช้ขี้ผึ้งอังไฟให้นุ่มแล้วนวดบริเวณนั้นเพื่อดึงขนเหล่านั้นออก หรือใช้กระดาษกาว สก๊อตเทปแตะตึงๆ เพื่อดึงขนที่ฝังอยู่ออก
7. โรคสุกใส เริม งูสวัด ถ้าเป็นเม็ดเดียวกระจายอยู่ทั่วตัวเป็นลักษณะของโรคสุกใส ถ้าเป็นเม็ดเดียวอยู่กันเป็นกลุ่มเป็นกระจุกบริเวณริมฝีปากหรืออวัยวะเพศเป็นลักษณะของเริม ถ้าเป็นเม็ดพองใสขึ้นเป็นแถวเป็นแนวเรียงกันไปตามแนวขวางหรือตามแนวซี่โครง หรือเรียงเป็นแนวที่หน้าผาก หรือหน้าซีกใดซีกหนึ่งเป็นลักษณะของงูสวัด
8. โรคผิวมันอักเสบหรือเป็นผื่นแดงบริเวณรอยต่อระหว่างจมูกกับแก้ม บริเวณหลังหู บริเวณหนังศีรษะทำให้เกิดเป็นรังแคบริเวณหน้าอกและหลัง อาจเกิดร่วมกับการเป็นสิวได้ การปฏิบัติตัวทำได้โดยการอาบน้ำฟอกสบู่ให้ผิวหายมัน และทาบริเวณผื่นแดงด้วยครีมแก้อักเสบที่แพทย์จัดให้
9. โรคภายในร่างกายอื่นๆ ซึ่งทำให้เกิดอาการคันได้ เช่น โรคพยาธิใบไม้ในลำไส้ โรคเบาหวาน โรคดีซ่านจากการอุดกั้นทางเดินน้ำดี ผู้ป่วยจะมีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะสีส้มหรือชาแก่และอุจจาระสีซีด โรคไตวายหรือคันจากการตั้งครรภ์ ฯลฯ
การปฏิบัติตนเมื่อเกิดอาการคัน
สิ่งสำคัญที่ต้องจำไว้เป็นอย่างยิ่งเมื่อคันคือพยายามอย่าเกา ขูด ข่วน เพราะจะทำให้คันมากขึ้นหรือผิวหนังเกิดการอักเสบได้ ขั้นแรกต้องหาสาเหตุของอาการคันและขจัดออกเช่น หน้าหนาวอากาศเย็นความชื้นน้อยผิวจะแห้งแตกเป็นขุยและคัน การเกาจะทำให้คันมากขึ้นจึงไม่ควรทำ ให้ใช้โลชั่นหรือครีมทาผิวกันแตกหรือพวกน้ำมันพืช เช่น น้ำมันมะกอก ไม่ควรอาบน้ำร้อน อาบน้ำน้อยครั้งลงและใช้สบู่เหลววันละครั้งก็พอ เพราะใช้สบู่มากทำให้ผิวแห้งมากขึ้น
การคันจากหิด เหาก็ต้องกำจัดสาเหตุนี้โดยใช้ยารักษาหิด เหา ขององค์การเภสัชกรรม ถ้าไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์หรือถ้าไม่แน่ใจว่าใช่โรคนี้หรือไม่ก็ควรพบแพทย์เช่นกัน
การคันจากแมลงกัดต่อย ให้รีบเอาเหล็กในหรือเข็มในออก โดยใช้สก็อตเทปปิดทาบริเวณที่ถูกต่อยแล้วดึงออก ประคบด้วยความเย็นเพื่อให้หลอดเลือดหดตัว เป็นการลดการดูดซึมพิษและลดบวม กินยาแก้ปวดพาราเซตามอลและยาแก้แพ้แก้คัน เช่น คลอเฟนิรามีน ครั้งละ 1/ ถึง เม็ด หลังอาหาร 3 เวลา
บางคนมีอาการคันตลอดเวลาซึ่งอาจเป็นเพราะสาเหตุทางจิตใจหรือมีอาการคันรุนแรงและคันติดต่อกันเป็นเวลานานๆ โดยไม่ทราบสาเหตุหรือหาสิ่งรบกวนไม่พบ ต้องปรึกษาแพทย์
การทายาเพื่อลดอาการคันตามที่แพทย์สั่ง ควรทาเพียงบางๆเบาๆ ไม่ควรทำการเกา ถู ขูดผิวหนังแรงๆ ในขณะทายาเพราะคิดว่าจะทำให้ยาซึมเข้าไปมากๆ ซึ่งกลับจะเป็นผลเสียทำให้ผิวหนังอักเสบยิ่งขึ้น
|
ภาควิชาอายุรศาสตร์ อาคาร 1 ชั้น 7 คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล 270 ถนนพระรามที่ 6 แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400 โทรศัพท์ 02-201-1301 , 02-201-1309 |
||
